รวมสรุปกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างอาคารโดยตรง ครอบคลุมด้านวิชาชีพวิศวกรรม อาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่พิเศษ การออกแบบโครงสร้างและวัสดุ ฐานราก และการต้านทานแผ่นดินไหว เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นคว้าและอ้างอิง
สรุปโดยสังเขปจากตัวบทกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ใช่ถ้อยคำตามกฎหมายฉบับเต็มและไม่ทดแทนการอ่านตัวบทจริง — โปรดตรวจสอบฉบับปัจจุบันที่บังคับใช้จริงในราชกิจจานุเบกษาหรือเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อนนำไปใช้อ้างอิงในทางปฏิบัติหรือประกอบการออกแบบทุกครั้ง
กฎหมายควบคุมอาคารด้านโครงสร้างของไทยแบ่งเป็น 2 ระดับที่ทำงานร่วมกัน: กฎกระทรวง ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร วางกรอบและมาตรฐานขั้นต่ำ เช่น ประเภทอาคารที่ต้องปฏิบัติตาม หลักการคำนวณ และค่าความปลอดภัยหลัก ส่วน ประกาศกระทรวงมหาดไทย ออกโดยอาศัยอำนาจที่กฎกระทรวงฉบับนั้นมอบไว้ ให้รายละเอียดวิธีคำนวณ สูตร และตัวเลขทางเทคนิคสำหรับนำไปปฏิบัติจริง ในหน้านี้จึงจัดกลุ่มประกาศฯ ไว้เป็น "รายละเอียดประกอบ" ต่อจากกฎกระทรวงแม่บทของเรื่องนั้น
ออกตาม พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542 กำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมไว้ 19 สาขา และกำหนดให้ 7 สาขาเป็น "วิชาชีพวิศวกรรมควบคุม" ได้แก่ โยธา เหมืองแร่ เครื่องกล ไฟฟ้า อุตสาหการ สิ่งแวดล้อม และเคมี พร้อมระบุประเภทและขนาดงานที่ต้องดำเนินการโดยผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในแต่ละสาขา สำหรับสาขาโยธาครอบคลุมงานออกแบบและคำนวณอาคารสาธารณะทุกขนาด อาคารสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไปหรือช่วงเสา-คานตั้งแต่ 4 ม. อาคารที่ต้องออกแบบต้านทานแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวหรือคำนึงถึงการทนไฟตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และงานเสริมความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างหรือฐานรากทุกขนาด — งานออกแบบโครงสร้างอาคารเกือบทั้งหมดในเว็บไซต์นี้จึงอยู่ในขอบเขตวิชาชีพวิศวกรรมโยธาควบคุมตามกฎกระทรวงฉบับนี้
กำหนดข้อบังคับเฉพาะสำหรับ "อาคารสูง" (สูงตั้งแต่ 23.00 ม.) และ "อาคารขนาดใหญ่พิเศษ" (พื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นตั้งแต่ 10,000 ตร.ม.) ครอบคลุมลักษณะที่ตั้งและถนนเข้าออกสำหรับรถดับเพลิง อัตราส่วนที่ว่างของอาคารต่อพื้นที่ดิน ระบบระบายอากาศ (มีตารางอัตราการระบายอากาศขั้นต่ำตามประเภทห้อง เช่น ห้องน้ำ 2-4 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง ห้องครัว 12-30 เท่า) ระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน บันไดหนีไฟและชานพักหนีไฟที่ทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ระบบท่อยืนดับเพลิงและหัวรับน้ำดับเพลิงนอกอาคาร ลิฟต์ดับเพลิง (บรรทุกไม่น้อยกว่า 630 กก.) ระบบประปาสำรอง (มีตารางเปรียบเทียบปริมาณน้ำประปาต่อหน่วยสุขภัณฑ์) ระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำทิ้ง และระบบกำจัดขยะมูลฝอย
กฎหมายแม่บทด้านน้ำหนักบรรทุกและการออกแบบโครงสร้างอาคาร กำหนดนิยามน้ำหนักบรรทุกคงที่ (นค.) น้ำหนักบรรทุกจร (นจ.) และน้ำหนักบรรทุกปรับค่า (นป.) และให้เลือกออกแบบได้ทั้ง "วิธีหน่วยแรงที่ยอมให้" (Allowable Stress Design – ASD) และ "วิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุก" (Load and Resistance Factor Design – LRFD) โดยความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้นี้เป็นขั้นต่ำ ผู้ออกแบบอาจใช้วิธีอื่นได้แต่ต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้
| กรณี | วิธีหน่วยแรงที่ยอมให้ (ASD) — นง. = | วิธีตัวคูณความต้านทาน (LRFD) — นป. = |
|---|---|---|
| น้ำหนักบรรทุกคงที่ + จรเท่านั้น | นค. + นจ. | 1.4นค. + 1.7นจ. |
| รวมแรงลม | นค. + 0.75(นจ.+รล.) 0.6นค. + รล. | 0.75(1.4นค.+1.7นจ.) + 1.6รล. 0.9นค. + 1.6รล. |
| รวมแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว | นค. + 0.7รผ. นค. + 0.525รผ. + 0.75นจ. 0.6นค. + 0.7รผ. | 0.75(1.4นค.+1.7นจ.) + 1.0รผ. 0.9นค. + 1.0รผ. |
| แรงดันดิน แรงดันน้ำ แรงดันจากของเหลว | นค. + นจ. + รด. + รข. + รท. | 1.4นค.+1.7นจ.+1.7รด. (หรือ 0.9นค.+1.7รด.) 1.4นค.+1.7นจ.+1.4รข. (หรือ 0.9นค.+1.4รข.) |
| ผลอุณหภูมิ การหดตัว การคืบ และการทรุดตัว | รวมในสูตรข้างต้นเป็น รท. | 0.75(1.4นค.+1.4รท.+1.7นจ.) 1.4นค. + 1.4รท. |
นค.=น้ำหนักบรรทุกคงที่, นจ.=น้ำหนักบรรทุกจร (รวมแรงกระแทก), รล.=แรงลม, รผ.=แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว, รด.=แรงดันดิน/น้ำด้านข้าง, รข.=แรงดันจากของเหลว, รท.=แรงจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ/การหดตัว/การคืบ/การทรุดตัว — แต่ละกรณีมีได้มากกว่า 1 สูตร ให้ใช้ค่าที่ให้ผลวิกฤตที่สุด
| กลุ่มอาคาร | ส่วนของอาคาร | น้ำหนักบรรทุกจร |
|---|---|---|
| 1. ชุมนุมชน — หอประชุม โรงมหรสพ ห้องบรรยาย ภัตตาคาร ศาสนสถาน โรงกีฬา พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ | พื้นที่ชุมนุมชน/ห้องประชุม (ที่นั่งยึด/ไม่ยึดติดพื้น) | 300 / 400 |
| ห้องโถง บันได ช่องทางเดิน เวทีและลานแสดง | 500 | |
| ห้องสมุด: ห้องอ่านหนังสือ / ห้องมีชั้นวางหนังสือ / ห้องเก็บหนังสือ | 300 / 400 / 600 | |
| โรงกีฬา สนามกีฬา อัฒจันทร์ พิพิธภัณฑ์ | 300-500 | |
| 2. สำนักงาน & พาณิชยกรรม — สำนักงาน ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า ตึกแถว | พื้นที่สำนักงาน / ห้องโถง บันได ช่องทางเดิน | 250 / 300 |
| พื้นที่ขายปลีก / ขายส่ง / ห้องเก็บของ | 400 / 500 / 500 | |
| ตึกแถว-ห้องแถว: ส่วนพาณิชย์ / ส่วนพักอาศัย | 300 / 200 | |
| 3. การศึกษา — สถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา | ห้องเรียน / ห้องเรียนรวม-ห้องบรรยาย | 250 / 300 |
| ห้องโถง บันได ช่องทางเดิน / ห้องเก็บเอกสารและพัสดุ | 400 / 500 | |
| 4. พยาบาล — สถานพยาบาล โรงพยาบาล | ห้องพักคนไข้พิเศษ / ห้องพักผู้ป่วยรวม | 200 / 300 |
| ห้องฉายรังสี ห้องผ่าตัด / ห้องโถง บันได ช่องทางเดิน | 300 / 400 | |
| 5. โรงงานอุตสาหกรรม — โรงงาน โรงพิมพ์ คลังสินค้า โกดังเก็บของ | พื้นที่เก็บของ-คลังสินค้า / พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม | 500 / 500 |
| 6. ที่พักอาศัย — บ้านพักอาศัย โรงแรม อาคารชุด หอพัก | บ้านพักอาศัย: ห้องต่าง ๆ / ระเบียง บันได | 200 / 200 |
| โรงแรม/อาคารชุด: ห้องนอน-ห้องนั่งเล่น / ห้องทำงาน | 200 / 250 | |
| พื้นที่ให้บริการ (ครัว ร้านอาหาร สโมสร) / ห้องโถง บันได | 400 / 400 | |
| 7. กลุ่มอื่น ๆ | ลานจอดรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน/จักรยานยนต์ | 300 |
| ลานจอดรถโดยสาร/รถบรรทุกเปล่า | 800 | |
| บันไดหนีไฟ / ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร / พื้นที่เต้นรำ | 400 / 500 / 500 | |
| หลังคา | 50 | |
| กันสาดคอนกรีต / ดาดฟ้า | 100 / 200 |
ตารางย่อจากบัญชีน้ำหนักบรรทุกจรทั้ง 7 กลุ่มในกฎกระทรวง (คัดเฉพาะรายการที่ใช้บ่อย) หากพื้นที่ใดต้องรับน้ำหนักเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มากกว่าค่าในตารางนี้ (ข้อ 12) ให้ใช้ค่าน้ำหนักจริงเฉพาะส่วนนั้นแทน
| ตำแหน่งพื้น (นับจากหลังคา/ดาดฟ้าลงมา) | อัตราลดน้ำหนักบรรทุกจร |
|---|---|
| หลังคา/ดาดฟ้า, ชั้นที่ 1-2 ถัดลงมา | ไม่ลด (0%) |
| ชั้นที่ 3 / 4 / 5 / 6 | 10% / 20% / 30% / 40% |
| ชั้นที่ 7 ถัดลงไป | 50% |
ใช้ลดน้ำหนักบรรทุกจรที่ถ่ายลงเสา/ฐานราก/กำแพงเท่านั้น (น้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้เต็มอัตราเสมอ) — ห้ามลดสำหรับโรงมหรสพ ห้องประชุม ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ อัฒจันทร์ คลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา สถานพยาบาล ลานจอดรถ และส่วนที่มีน้ำหนักบรรทุกจรเกิน 500 กก./ตร.ม. (ข้อ 14) นอกจากนี้ยังกำหนดให้เพิ่มน้ำหนักบรรทุกจากแรงกระแทกของเครื่องจักร เช่น โครงสร้างรองรับลิฟต์เพิ่ม 100% เครื่องจักรขนาดเบาเพิ่ม 20% (ข้อ 15-16) และกำหนดตัวคูณลดกำลัง (φ) สำหรับวิธี LRFD เช่น แรงดัดไม่มีแรงตามแนวแกน 0.75-0.90 แรงอัดตามแนวแกนของเสาปลอกเกลียว 0.625-0.75 แรงเฉือนและแรงบิด 0.70-0.85 (แล้วแต่มีการควบคุมคุณภาพวัสดุหรือไม่ — ข้อ 8) พร้อมกำหนดค่าหน่วยแรงลมพื้นฐานตามสภาพภูมิประเทศ (เมือง/ชานเมือง กับ โล่งแจ้ง/ชายฝั่งทะเล) แยกตามความสูงอาคาร ซึ่งเป็นฐานสูตรเดียวกับที่ใช้อธิบายในบทความ "การวิเคราะห์โครงสร้าง" และ "แรงลม" ของเว็บไซต์นี้ รวมถึงกำหนดอัตราการทนไฟขั้นต่ำของโครงสร้างหลักตามความสูงและประเภทอาคาร (หมวด 7)
กำหนดรายละเอียดทางเทคนิคของวัสดุตกแต่งอาคาร แบ่งเป็น "วัสดุไม่ติดไฟ" (เช่น กระเบื้องเซรามิก อิฐ คอนกรีต กระจก ผลิตภัณฑ์โลหะ) และ "วัสดุติดไฟ" ที่ต้องจัดประเภท A/B/C ตามค่าดรรชนีการลามไฟและการกระจายควันจากการทดสอบ มีตารางกำหนดประเภทวัสดุขั้นต่ำที่ใช้ได้ในแต่ละส่วนของอาคาร (ช่องบันไดหนีไฟ ทางเดิน ห้องปิดล้อม) แยกตามประเภทอาคาร (คลังสินค้า โรงแรม อาคารชุด สถานพยาบาล สำนักงาน โรงงาน ฯลฯ) และแยกกรณีอาคารมี/ไม่มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ รวมถึงข้อกำหนดกระจกนิรภัยหลายชั้น แผ่นยิปซัม พลาสติกประเภทโฟม และวัสดุฉาบผิว
กำหนดอัตราการทนไฟของโครงสร้างหลักอาคาร (เสา คาน พื้น) ตามชนิดการก่อสร้าง โดยระบุความหนาน้อยสุดของคอนกรีตที่หุ้มเหล็กเสริมหรือหุ้มเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเพื่อให้ได้อัตราทนไฟตามต้องการ เช่น เสาคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าตัดสี่เหลี่ยมขนาดตั้งแต่ 300×300 มม. ต้องมีคอนกรีตหุ้มหนาอย่างน้อย 40 มม. จึงทนไฟได้ 3 ชั่วโมง โดยวิธีทดสอบอัตราการทนไฟให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 834 หรือ ASTM E119
กำหนดหน่วยแรงแบกทานที่ยอมให้ของดินฐานรากตามชนิดดินเมื่อไม่มีรายงานการสำรวจดินฐานราก เช่น หินสภาพสด ไม่เกิน 250 กก./ตร.ซม. กรวดแน่นหรือดินดาน ไม่เกิน 200 กก./ตร.ซม. ดินเหนียวแข็ง/ทรายแน่น/กรวดแน่นปานกลาง ไม่เกิน 100 กก./ตร.ซม. กำหนดให้ฐานรากแผ่ต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.20 ม. และมีระดับความลึกฝังจากผิวดินไม่น้อยกว่า 1 ม. กำหนดค่าอัตราส่วนความปลอดภัยของกำแพงกันดินขั้นต่ำ 3 รายการ ได้แก่ การเลื่อนไถลไม่น้อยกว่า 1.50 การพลิกคว่ำไม่น้อยกว่า 2.00 และกำลังแบกทานของดินฐานรากไม่น้อยกว่า 3.00 พร้อมกำหนดเกณฑ์การทดสอบกำลังแบกทานของดินฐานรากและแรงต้านทานของเสาเข็มด้วยวิธีสถิตยศาสตร์แบบคงน้ำหนักบรรทุก
ให้รายละเอียดวิธีคำนวณและทดสอบที่ใช้ปฏิบัติจริง เช่น เกณฑ์การเอียงตัวของฐานรากต้องไม่เกิน B/360 (จากขอบฐานรากด้านตรงข้าม) หรือ L/360 (ระหว่างศูนย์กลางฐานรากข้างเคียง) และเกณฑ์การทรุดตัวของฐานรากหลังใช้งานไม่เกิน 25 มม. สูตรคำนวณแรงดันดินด้านข้างตามทฤษฎี Rankine ทั้งสภาวะกำแพงอยู่นิ่ง เคลื่อนตัวดันกำแพง และเคลื่อนตัวดันดิน กำหนดอัตราส่วนความปลอดภัยเชิงเสถียรภาพของกำแพงกันดินแบบชั่วคราวไม่น้อยกว่า 1.30 และแบบถาวรไม่น้อยกว่า 1.50 (สภาวะวิกฤตไม่ต่ำกว่า 1.20) พร้อมตารางแรงดันดินรวมสำหรับผนัง/กำแพงกันดินสูงไม่เกิน 3 ม. เมื่อไม่มีผลทดสอบดิน และขั้นตอนการทดสอบกำลังแบกทานดินด้วยแผ่นเหล็กทดสอบและการทดสอบเสาเข็มแบบคงน้ำหนักบรรทุก (Maintained Load Test) โดยละเอียด
แบ่งพื้นที่ประเทศไทยเป็น 3 บริเวณตามความเสี่ยงแผ่นดินไหว ได้แก่ บริเวณที่ 1 (เสี่ยงสูง เช่น กระบี่ ชุมพร เชียงราย นครศรีธรรมราช แม่ฮ่องสอน สงขลา สุราษฎร์ธานี) บริเวณที่ 2 (เสี่ยงปานกลาง เช่น กรุงเทพมหานคร นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ) และบริเวณที่ 3 (เสี่ยงสูงในระดับสูงเมื่อมีแรงสั่นสะเทือน เช่น กาญจนบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ตาก แพร่) กำหนดประเภทและขนาดอาคารในแต่ละบริเวณที่ต้องออกแบบต้านทานแผ่นดินไหว เช่น โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน สถานีดับเพลิง โรงมหรสพ หอประชุม สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่อาคารตั้งแต่ 1,500 ตร.ม. โรงแรม/อาคารชุด/หอพักที่มีพื้นที่อาคารตั้งแต่ 4,000 ตร.ม. อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 15 ม. หรือ 5 ชั้นขึ้นไป (บริเวณที่ 1-2) และอาคารของส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ โดยกำหนดให้อ้างอิงวิธีคำนวณโดยละเอียดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ออกตามความในกฎกระทรวงฉบับนี้
กำหนดวิธีคำนวณแรงแผ่นดินไหวแบบแรงสถิตเทียบเท่า (Equivalent Static Force) คือ แรงเฉือนที่ฐานอาคาร V = CsW โดย Cs = Sa(I/R) กำหนดตัวประกอบความสำคัญอาคาร (I) เป็น 4 ประเภทตั้งแต่ 1.00 (น้อย/ปกติ) ถึง 1.50 (สูงมาก เช่น โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง) พร้อมให้ค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมสำหรับการออกแบบ (SS, S1) รายอำเภอทั่วประเทศ กำหนดประเภทความไม่สม่ำเสมอของโครงสร้าง (Irregularity) ทั้งในแนวราบ (การบิดเอียง มุมหักเว้าเข้าข้างใน ไดอะแฟรมไม่ต่อเนื่อง) และแนวดิ่ง (ชั้นอ่อน/ชั้นอ่อนอย่างมาก มวลไม่สม่ำเสมอ) ซึ่งกระทบวิธีการวิเคราะห์ที่อนุญาตให้ใช้ และกำหนดรายละเอียดการเสริมเหล็กแบบเหนียว (Ductile Detailing) สำหรับเสาและคานต้านแผ่นดินไหว เช่น ระยะเหล็กปลอกรัดในบริเวณข้อต่อและระยะการต่อทาบเหล็กเสริม — เนื้อหาส่วนแรงเฉือนที่ฐานอาคารและตัวประกอบความสำคัญนี้สอดคล้องกับที่อธิบายไว้ในบทความ "แรงแผ่นดินไหว" ของเว็บไซต์นี้
โฟลเดอร์ต้นทางมีกฎกระทรวงและประกาศฯ ด้านโครงสร้างอาคารรวม 11 ฉบับ แต่ขณะจัดทำหน้านี้มี 2 ฉบับที่โอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้มายังระบบไม่สำเร็จด้วยปัญหาทางเทคนิค จึงยังไม่ได้อ่านเนื้อหาและไม่รวมสรุปไว้ ณ ที่นี้ (เพื่อไม่ให้มีการเดาเนื้อหากฎหมาย) ได้แก่ (1) กฎกระทรวง กำหนดชนิดหรือประเภทของอาคาร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบอาคาร และ (2) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ออกแบบโครงสร้างอาคารและลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุ (ฉบับประกอบกฎกระทรวงข้อ 2 ด้านการออกแบบโครงสร้าง) — จะเพิ่มสรุปทั้งสองฉบับนี้ในรอบปรับปรุงถัดไปเมื่อโอนไฟล์สำเร็จ
เนื้อหาในหน้านี้เป็นการสรุปโดยสังเขปจากกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นคว้าเท่านั้น ไม่ใช่ถ้อยคำตามกฎหมายฉบับเต็มและไม่สามารถใช้แทนการอ่านตัวบทกฎหมายจริงได้ กฎหมายอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง จึงควรตรวจสอบฉบับล่าสุดที่บังคับใช้จริงจากราชกิจจานุเบกษาหรือเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อนนำไปอ้างอิงหรือใช้ประกอบการออกแบบ และการออกแบบ/ตรวจสอบอาคารจริงทุกกรณีต้องดำเนินการหรือได้รับการรับรองโดยวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น