90'S ENGINEER
คลังความรู้ แบบฟอร์มคำนวณ บริการ คอร์สเรียน สมาชิก ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรก / คลังความรู้ / เหล็กเสริมคอนกรีต
เหล็กเสริมคอนกรีต

เหล็กเสริมคอนกรีต: ชนิด ขนาด และการจัดวางตามมาตรฐาน

คอนกรีตรับแรงอัดได้ดีแต่รับแรงดึงได้น้อย เหล็กเสริมจึงถูกใช้เสริมกำลังรับแรงดึงในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC) — บทความนี้สรุปชนิด เกรด ขนาด ระยะหุ้มคอนกรีต ระยะเรียง และระยะทาบเหล็กเสริม โดยอ้างอิงมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยตรง

อ้างอิง: มยผ. 1103-64 มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีต และ มยผ. 1101-64 มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก (กรมโยธาธิการและผังเมือง) ประกอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย)

1. ชนิดและชั้นคุณภาพของเหล็กเสริม

ตาม มยผ. 1103-64 ข้อ 3 เหล็กเสริมคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างอ้างอิงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หลัก 2 ฉบับ:

เหล็กเส้นกลม (Round Bar, RB) — ผิวเรียบไม่มีบั้ง ตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 นิยมใช้เป็นเหล็กปลอก (stirrup/tie) มีชั้นคุณภาพหลักคือ SR24

เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar, DB) — ผิวมีบั้งช่วยยึดเกาะกับคอนกรีต ตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 ใช้เป็นเหล็กเสริมหลักรับแรงดึงในคาน เสา และพื้น มี 3 ชั้นคุณภาพหลักคือ SD30, SD40 และ SD50

สมบัติทางกลของแต่ละชั้นคุณภาพ (ตามตารางที่ 1 และตารางที่ 3 ของ มยผ. 1103-64) มีดังนี้:

ชั้นคุณภาพกำลังคราก (Yield) เมกาปาสกาล (กก./ตร.ซม.)กำลังดึงประลัย (Ultimate) เมกาปาสกาล (กก./ตร.ซม.)ความยืด (%)
SR24 (เส้นกลม)235 (2,350)385 (3,850)21
SD30 (ข้ออ้อย)295 (2,950)480 (4,800)17
SD40 (ข้ออ้อย)390 (3,900)560 (5,600)15
SD50 (ข้ออ้อย)490 (4,900)620 (6,200)13

งานอาคารทั่วไปในไทยนิยมใช้ SD40 เป็นเหล็กเสริมหลัก และ SR24 เป็นเหล็กปลอก

2. ขนาดและมวลของเหล็กเสริมที่ใช้ทั่วไป

ขนาดเหล็กข้ออ้อยระบุเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ (มม.) นำหน้าด้วย "DB" เช่น DB12 คือเหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 มม. ค่ามวลต่อเมตรอ้างอิงตารางที่ 4 ของ มยผ. 1103-64 (พื้นที่หน้าตัดคำนวณจากเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ):

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ (มม.)มวลต่อเมตร (กก./ม.)พื้นที่หน้าตัด (ตร.ซม./เส้น)
DB10100.6160.785
DB12120.8881.131
DB16161.5782.011
DB20202.4663.142
DB25253.8534.909
DB28284.8346.158
DB32326.3138.042
DB36367.99010.179
DB40409.86512.566

เหล็กเส้นกลม (RB) ที่ใช้ทำเหล็กปลอกทั่วไป ได้แก่ RB6 (0.222 กก./ม.), RB9 (0.499 กก./ม.) และ RB12 (0.888 กก./ม.) ตามตารางที่ 2 ของมาตรฐานเดียวกัน

3. ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover)

ตาม มยผ. 1101-64 ข้อ 5.10 ระยะหุ้มเหล็กเสริมน้อยที่สุด (Cmin) คำนวณจากสมการ Cmin = α × C₀ โดย α คือค่าสัมประสิทธิ์ที่ขึ้นกับอัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน (W/CM) ของคอนกรีต — มากกว่า 0.65 หรือไม่มีการควบคุมคุณภาพ ใช้ α = 1.2, ช่วง 0.45–0.65 ใช้ α = 1.0 และต่ำกว่า 0.45 ใช้ α = 0.8 ส่วน C₀ คือระยะหุ้มเหล็กเสริมทั่วไปตามตารางที่ 13 (คอนกรีตหล่อในที่):

ประเภทของงานก่อสร้างระยะหุ้มต่ำสุด (มม.)
คอนกรีตหล่อติดกับดินโดยตรง (ผิวคอนกรีตสัมผัสดินตลอดเวลาที่ใช้งาน)75
คอนกรีตสัมผัสดินหรือถูกแดดฝน — เหล็กเสริมขนาด >16 มม.50
คอนกรีตสัมผัสดินหรือถูกแดดฝน — เหล็กเสริมขนาด ≤16 มม.40
ไม่สัมผัสดิน/ไม่ถูกแดดฝน — คาน (เหล็กเสริมขนาด ≤36 มม.)20
ไม่สัมผัสดิน/ไม่ถูกแดดฝน — เหล็กเสริมหลัก/เหล็กลูกตั้งในเสา30
ไม่สัมผัสดิน/ไม่ถูกแดดฝน — เหล็กปลอกเดี่ยวหรือปลอกเกลียว35
คอนกรีตเปลือกบางและพื้นแผ่นพับ — เหล็กเสริมขนาด >16 มม.20
คอนกรีตเปลือกบางและพื้นแผ่นพับ — เหล็กเสริมขนาด ≤16 มม.15
คอนกรีตที่หล่อในน้ำ100

คอนกรีตสำเร็จรูป (precast) และคอนกรีตอัดแรงมีตารางค่าระยะหุ้มแยกต่างหาก (ตารางที่ 14 และ 15) ซึ่งมีค่าต่ำกว่าคอนกรีตหล่อในที่ในหลายกรณี และหากโครงสร้างต้องการอัตราการทนไฟตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคาร ระยะหุ้มอาจต้องเพิ่มขึ้นตามตารางที่ 16 ของมาตรฐานเดียวกัน

4. ระยะเรียงเหล็กเสริม (Bar Spacing)

มยผ. 1101-64 ข้อ 4.3.3 กำหนดขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบตามชนิดงานก่อสร้าง (เช่น ฐานราก/เสา/คาน ไม่เกิน 40 มม., แผ่นพื้น/ครีบ ไม่เกิน 25 มม.) และต้องไม่ใหญ่เกินร้อยละ 75 ของระยะช่องว่าง (clear spacing) ระหว่างเหล็กเสริมแต่ละเส้นหรือแต่ละมัด กล่าวคือ ระยะช่องว่างระหว่างเหล็กเสริมต้องกว้างพอให้มวลรวมหยาบไหลผ่านและเทคอนกรีตได้ทั่วถึง ไม่เกิดโพรงหรือรังผึ้ง

5. ระยะทาบและระยะต่อเหล็กเสริม (Lap Splice)

มยผ. 1103-64 ข้อ 5.5.4.1 กำหนดระยะทาบขั้นต่ำสำหรับการต่อเหล็กเสริมแบบวางทาบเหลื่อมกัน โดยเหล็กเส้นกลมต้องงอขอปลายตามข้อ 5.3.4 ด้วย ส่วนเหล็กข้ออ้อยไม่ต้องงอขอ:

ชนิดเหล็กเสริมระยะทาบขั้นต่ำ
เหล็กเส้นกลม (ทุกชั้นคุณภาพ) — ต้องงอขอปลาย40 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง (40φ)
เหล็กข้ออ้อย SD3030φ
เหล็กข้ออ้อย SD4036φ
เหล็กข้ออ้อย SD5045φ

ข้อ 5.5.1 ห้ามต่อเหล็กเสริมที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 36 มม. ด้วยวิธีวางทาบ (ต้องใช้การเชื่อมหรืออุปกรณ์ต่อทางกลแทน) และข้อ 5.5.2 กำหนดตำแหน่งต่อ: เหล็กเสริมล่างของคาน-แผ่นพื้นให้ต่อบริเวณหัวเสาหรือคานจนถึงระยะ 1/5 ของความยาวช่วง ส่วนเหล็กเสริมบนให้ต่อบริเวณกลางคาน-แผ่นพื้น (อาคารในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวมีข้อกำหนดตำแหน่งต่อเพิ่มเติมตาม มยผ. 1301/1302-61)

6. การงอขอปลายเหล็กเสริม (Hooks)

ตาม มยผ. 1103-64 ข้อ 5.3.4 การงอขอปลายเหล็กเสริมตามยาว (เมื่อไม่ได้ระบุในแบบ) ใช้ 2 รูปแบบ: งอ 90° ปลายยื่นต่อออกไปไม่น้อยกว่า 12 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง (12db) ใช้กับเหล็กข้ออ้อยทุกขนาดและเหล็กเส้นกลมขนาดตั้งแต่ 15 มม. ขึ้นไป และ งอ 180° ปลายยื่นไม่น้อยกว่า 4db (และไม่น้อยกว่า 60 มม.) ใช้กับเหล็กเส้นกลมขนาดเล็กกว่า 15 มม. เท่านั้น ส่วนเหล็กลูกตั้งและเหล็กปลอกเดี่ยว (stirrup/tie) ใช้งอ 135° หรือแบบวงเปิด ปลายยื่นไม่น้อยกว่า 6db (เหล็กขนาดถึง 25 มม.) หรืองอ 90° ปลายยื่นไม่น้อยกว่า 6db (เหล็กขนาดไม่เกิน 16 มม.) ถึง 12db (เหล็กขนาด 19-25 มม.) — อาคารในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวต้องใช้งอ 135° หรือแบบวงเปิดสำหรับเหล็กปลอกตาม มยผ. 1301/1302-61 เส้นผ่านศูนย์กลางวงในของการดัดโค้ง (D) ต้องไม่น้อยกว่า 6db สำหรับเหล็กขนาด 6-25 มม., 8db สำหรับ 28-36 มม. และ 10db สำหรับขนาด 40 มม. (ตารางที่ 11)

7. ข้อกำหนดในการก่อสร้างและจัดวาง

มยผ. 1103-64 ข้อ 5.1-5.2 กำหนดว่าเหล็กเสริมต้องเป็นเหล็กใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่มีรอยแตกร้าว และต้องสะอาดปราศจากน้ำมัน ดิน โคลน หรือสนิมขุมที่อาจเป็นอันตรายต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็กกับคอนกรีต การเก็บเหล็กเส้นควรมีหลังคาคลุมและวางเหนือพื้นดินไม่น้อยกว่า 200 มม. ส่วน มยผ. 1101-64 ข้อ 5.4.1.1 กำหนดเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของความลึกประสิทธิผล (d) และระยะหุ้มเหล็กเสริมที่ยอมให้ในการจัดวางก่อนเทคอนกรีตด้วย (±10 มม. เมื่อ d ≤ 200 มม., ±15 มม. เมื่อ d > 200 มม. สำหรับความลึกประสิทธิผล)

⚠ ข้อควรทราบ

เนื้อหานี้สรุปข้อกำหนดจากมาตรฐาน มยผ. 1103-64 และ มยผ. 1101-64 (กรมโยธาธิการและผังเมือง) ฉบับที่ใช้อ้างอิงขณะเขียนบทความเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มาตรฐานอาจมีการปรับปรุงเป็นฉบับใหม่ได้ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบมาตรฐานฉบับล่าสุดที่บังคับใช้จริงเสมอ และการออกแบบ/ตรวจสอบโครงสร้างจริงทุกกรณีต้องดำเนินการหรือได้รับการรับรองโดยวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น

ติดตาม 90'S ENGINEER ในทุกช่องทาง
FacebookYouTube
90'S ENGINEER
© 2026 90'S ENGINEER · All rights reserved
แพลตฟอร์มคลังความรู้กฎหมาย/มาตรฐานแบบคำนวณรายการคำนวณคอร์สเรียน
บริษัทโปรไฟล์ / ผลงานข้อมูลธุรกิจติดต่อเรา